taanapol
วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2556
ขั้นตอนการทำกะปิ
ขั้นตอนการทำกะปิ
กรรมวิธีการผลิตกะปิ อาศัยหลักการเช่นเดียวกับการทำน้ำปลา คือ อาศัยเอนไซม์จากเนื้อปลาและอวัยวะภายในของตัวปลาเอง เป็นตัวการที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีและจุลินทรีย์ในกระบวนการหมัก โดยการใส่เกลือในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อยับยั้งการเน่าเสียเนื่องจากจุลินทรีย์ ดังนั้นกระบวนการที่จำเป็นและสำคัญที่สุดคือ การย่อยสลายโดยเอนไซม์โดยเฉพาะการย่อยโปรตีนและไขมัน ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดสารประกอบที่ทำให้เกิดกลิ่น รส ในผลิตภัณฑ์
1. หลังจากชาวประมงจับกุ้งเคยได้แล้วจะใช้ตะแกรงตาถี่ๆ หรือตระกร้าพลาสติกตาถี่ร่อนตัวเคย โดยจะใช้น้ำทะเลทำความสะอาดเพื่อให้เคยคงความสด ไม่ตาย และไม่เสียรสชาติที่ดีของกะปิ ซึ่งตัวเคยละเอียดจะลอดตะแกรงลงไปอยู่ข้างล่าง เหลือเศษใบไม้ เคยหยาบ และสิ่งที่ไม่ต้องการอยู่ข้างบน
2. นำเคยสดที่ได้ไปคลุกเคล้ากับเกลือ ในอัตราส่วนเท่าไหร่แล้วนั้นก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ โดยทั่วไปจะเป็นอัตราส่วนเกลือ 1 ส่วนต่อเคย 10 ส่วน หรือเกลือ 1 ส่วนต่อเคย 12 (ถ้าไม่ต้องการเค็มจัด) หลังจากนั้นก็จะนำไปพักไว้โดยใส่ในภาชนะที่มีช่องระบาย เช่น ตระกร้าหรือห่อด้วยอวนตาถี่แล้วทับด้วยวัสดุหนัก ๆ เพื่อให้น้ำออกไปบางส่วน ทิ้งไว้1-2 คืน (เรียกว่าการเกรอะ)
- ตากแห้ง โดยใช้ตะแกรงถี่ ๆ หรืออวนรองใต้เคย เพื่อให้น้ำหยดลงด้านล่างได้
- ตากเปียก จะนำไปตากบนผ้าพลาสติกหรือผ้ายางซึ่งวิธีนี้คุณค่าทางอาหารของเคย จะไม่สูญไปกับน้ำเหมือนการตากแห้ง
หมั่นกลับเอาข้างล่างขึ้น ตากแดดจัด 2-3 วันให้เคยแห้ง(ให้มีความชื้นอยู่บ้างไม่ต้องแห้งสนิท)ก็ใช้ได้
4. นำเคยที่ตากแดดเรียบร้อยแล้วไปตำ บดหรือโม่ให้ระเอียด
5. นำเคยที่โม่แล้วมาอัดใส่ภาชนะหมัก เช่น ไห โอ่งดินเผา หรือถังพลาสติก ให้แน่นพยายามไม่ให้มีช่องว่างระหว่างเนื้อกะปิ เพราะจะทำให้เนื้อกะปิทำปฎิกริยากับอากาศแล้วเกิดกลิ่นหืนที่ไม่พึงประสงค์ หลังจากอัดแล้วปิดฝาภาชนะให้แน่นหนากันแมลงและหนอน ระยะเวลาในการหมักจะใช้เวลาเป็นเดือน ๆ 3-5
6. หลังจากหมักได้ที่ก็จะนำกะปิเคยที่ได้มาบรรจุในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท สามารถจำหน่ายและเก็บไว้ใช้ได้นาน แต่ถ้าไม่บรรจุก็สามารถนำไปแช่เย็นหรือเก็บไว้ในที่ร่มที่มีฝาปิดเพื่อป้องกันแมลงมารบกวน
หลักสำคัญในการผลิตกะปิ
หลักการผลิตกะปิที่ดี
กรมประมงได้สรุปหลักการผลิตกะปิที่ดีไว้ 10 ข้อดังนี้
1. เคยสดที่ใช้ควรสะอาด และต้องเลือกสิ่งเจือปนอื่นๆออก
2. การเคล้าเกลือกับเคยควรเคล้าให้ทั่วกัน
3. เกลือที่ใส่ควรใส่ให้เพียงพอ เพื่อไม่ให้เคยเน่าเสีย
4. เคยที่เคล้าเกลือแล้วควรจะเกรอะ หรือทับน้ำในภาชนะที่สามารถให้อากาศถ่ายเทได้
5. เคยที่เกรอะและบดแล้ว ควรมีการตากแดดก่อนการหมัก
6. การอัดกะปิเพื่อหมัก ควรจะอัดให้แน่น โดยพยายามอย่าให้มีช่องอากาศอยู่ในกะปิ เพราะจะทำ
ให้กะปิมีกลิ่นไม่ดี
7. กะปิควรหมักในภาชนะดินเผา เช่น ไห หรือตุ่ม และมีการป้องกันแมลงเข้าโดยการขัดปาก
ไหด้วยใบมะพร้าวและไม้ไผ่ และมีผ้าขาวคลุมอีกทีหนึ่ง
8. กะปิที่ดีควรมีการหมักอย่างน้อย 3 เดือน
9. กะปิที่ดีไม่ควรใส่สี
10. การบรรจุกะปิเพื่อจำหน่าย ควรจะอัดกะปิใส่ภาชนะบรรจุให้แน่นพยายามอย่าให้มีช่องว่างของอากาศในภาชนะ
ขั้นตอนการหากุ้งกะปิ
การจับกุ้งเคย
จะขึ้นอยู่กับสภาพของลมฟ้าอากาศและลมมรสุม เนื่องจากเคยเป็นสัตว์น้ำจำพวกแพลงก์ตอน เมื่อถูกกระแสน้ำและกระแสลมมากระทบกระเทือนก็จะถูกพัดพาไปตามแรงคลื่น และลม ฤดูทำการประมงเคยของแต่ละจังหวัดจึงแตกต่างกันไปตามฤดูมรสุม ทางฝั่งตะวันออกของอ่าวไทยตั้งแต่จังหวัดระยองถึงตราด จะอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงธันวาคม ส่วนจังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ สมุทรสาคร เพชรบุรี จะทำการประมงเกือบตลอดปี ทางฝั่งตะวันออกของอ่าวไทย คือ จังหวัด ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส ฤดูที่ทำการประมงเคยก็จะแตกต่างกันออกไป คือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และชุมพร เคยจะชุกชุมในเดือนมีนาคมถึงเมษายน จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะชุกชุมในเดือนมีนาคมถึงเมษายนและกรกฎาคมถึงสิงหาคม ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชถึงนราธิวาส ช่วงที่เคยชุกชุมอยู่ระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม
เครื่องมือในการจับกุ้งเคย
วิธีการทำกะปิ
กะปิ กะปิอย่างดี
กะปิ (อังกฤษ: shrimp paste หรือ shrimp sauce) เป็นเครื่องปรุงรสอย่างหนึ่งที่แพร่หลายในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทางตอนใต้ของประเทศจีน คำว่ากะปิ ใช้กันแพร่หลายทั้งในไทย ลาว และกัมพูชา ส่วนในอินโดนีเซีย เรียกกะปิว่าเตอราซี terasi (หรือ trassi, terasie) , มาเลเซีย เรียกว่า เบลาจัน belacan (หรือbelachan, blachang) , เวียดนาม เรียกว่า mắm tôm , ฟิลิปปินส์ เรียกว่า bagoong alamang (หรือ bagoong aramang) และ ภาษาจีนฮกเกี้ยน เรียกว่า hom haหรือ hae ko (POJ: hê-ko)
กะปิ คิดขึ้นโดยชาวประมง ที่ต้องการจะดองกุ้งที่จับมาได้เพื่อเอาไว้รับประทานได้ในระยะเวลานานๆ หรือ อีกข้อสันนิษฐานหนึ่งกล่าวว่าเนื่องจากไม่สามารถขายกุ้งได้หมด จึงทำการดองเอาไว้ ไม่ว่าข้อสันนิษฐานจะเป็นอย่างไร แต่ข้อเท็จจริงคือ กะปิเป็นตำรับอาหารของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในปัจจุบัน กะปิกลายมาเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมอาหาร และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนต่างๆ จากการผลิตกะปิขาย
ในประเทศไทย มีกะปิมากมายหลายชนิดให้เลือกรับประทาน กะปิแต่ละชนิดจะมีความแตกต่างกัน ทั้งคุณภาพ วัตถุดิบ กรรมวิธีผลิต ตามแต่ท้องถิ่นนั้นๆ โดยส่วนใหญ่ทำจากกุ้งเคย ซึ่งมีมากในแทบชายฝั่งทะเลอันดามัน จึงทำให้มีการผลิตกะปิในหลายๆ แห่ง ในพื้นที่ชายฝั่งติดกับทะเล
กะปิทำจากตัวเคย หรือ กุ้งเคย เป็นสัตว์ทะเลชนิดหนึ่ง มีลักษณะคล้ายกุ้งแต่ตัวเล็กกว่า และไม่มีกรีแหลมๆ ที่บริเวณหัว เหมือนกุ้ง ตัวสีขาวใส มีตาสีดำ อาศัยอยู่ตามบริเวณผิวทะเล
วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556
ประวัติส่วนตัว
ชื่อ นาย ธนพนธ์ หวันเต๊ะ
ม.5/4 รหัสประจำตัว 3873
มีพีน้อง 1 คน
บ้านอยู่ 143/1 ม.4 ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา
อาหารที ข้าวผัด
ชอบเรียนวิชา คณิตศาสตร์เพิ่มเติม คณิตศาสตร์พื้นฐาน อังกฤษอ่าน
คติประจำใจ นํ้ายา มีไว ล้างจาน กรุอาน มีไว ล้างใจ
วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556
ประเพณีแข่งเรือยาว
ประเพณีแข่งเรือกอและ
การแข่งเรือกอและเมื่อ พ.ศ. 2518 นั้น ประชาชนชาวจังหวัดนราธิวาสพร้อมใจกันจัดขึ้นเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อีกทั้งสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในการที่พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินยังจังหวัดนราธิวาส เพื่อทรงประกอบพระราชกรณียกิจทั่วจังหวัดภาคใต้ ครั้งนั้น ได้จัดแข่งหน้าพระที่นั่ง ณ บริเวณปากแม่น้ำบางนรา อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงแปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2518 เรือกอและลำชนะเลิศได้ครองถ้วยพระราชทานประจำปีนั้น ได้แก่ เรือ สิงห์ภักดี ของกลุ่มชาวประมงบาเละฮิเล จังหวัดนราธิวาส จากนั้นได้จัดต่อเนื่องเป็นประเพณีทุกปี ปีละ 1 ครั้ง เรือชนะเลิศแต่ละ ได้แก่ ปี พ.ศ. 2519 ชนะเลิศ ได้แก่ เรือ นาคราช กลุ่มอำเภอสุไหง-ลก จังหวัดนราธิวาส ปี พ.ศ. 2520 ไม่มีการแข่งขัน เพราะมีพระราชพิธีสมโภชช้างสำคัญ ปี พ.ศ. 2521-2522 ได้แก่ เรือนาคราช กลุ่มอำเอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ปี พ.ศ. 2523 ได้แก่ เรือ “กระทิงรือเสาะ” อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ปี พ.ศ. 2524 ได้แก่ เรือสิงห์ปรีดา อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ปี พ.ศ. 2525 งดการแข่งขัน เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ได้เสด็จแปรพระราชฐาน ประทับแรมยังจังหวัดนราธิวาส ปี พ.ศ. 2526 เรือชนะเลิศ ได้แก่ เรือสิงห์ตากใบ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ปี พ.ศ. 2527 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถเสด็จแปรพระราชฐาน ประทับแรม ณ ตำหนักทักษิณราชนิเวศน์อีกครั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัด นายธวัชชัย สมสมาน จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานให้ วันที่ 25 กันยายนของทุกปี เป็นวันประเพณีแข่งขันเรือกอและ กำหนดงาน วันที่ 25 กันยายน ทุกปี (จัดคู่กับงานประเพณีของดีเมืองนราและแข่งเรือกอและ ระหว่างวันที่ 21-25 กันยายน) สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ www.tat.or.th/festival กิจกรรม มีการจัดกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ จัดให้มีการแข่งเรือกอและในแม่น้ำบางนรา มีการแข่งขันเรือยาว ซึ่งจัดเพิ่มเติมขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2521 มีการจัดขบวนแห่ถ้วยพระราชทานไปตามถนนสายต่างๆ ในตัวเมืองนราธิวาส จัดขบวนแห่ เรือในแม่น้ำบางนรา กิจกรรมแปรอักษรของนักเรียนโรงเรียนนราธิวาส การแข่งขันกีฬาทางน้ำ มวยทะเล แข่งจับเป็ดในน้ำ ขบวนเรือบายศรี และการแสดง การสาธิตอื่นๆ อีกมาก กติกาของการแข่งเรือกอและด้วยฝีพาย มีข้อกำหนดที่สำคัญ คือ ต้องเป็นเรือกอและตามประเพณีท้องถิ่น มีส่วนประกอบสำคัญถูกต้องตามข้อกำหนด ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการ และฝ่ายตรวจสอบสภาพเรือรวมฝีพาย กำหนดระยะทางการแข่งขัน 650 เมตา จำนวนฝีพายรวมนายท้ายเรือไม่เกิน 23 คน ฝีพายสำรองไม่เกิน 5 คน ต่อลำ เรือลำใดเข้าสู่เส้นชัยก่อน ถือเป็นชนะในเที่ยวนั้น หากละเมิดกติกาการแข่งปรับแพ้ได้ การแข่งเรือกอและ มีเครื่องดนตรีประกอบด้วย ปี่ชวา 1 เลา โทนขนาดเล็กและใหญ่ (ตัวผู้ – ตัวเมีย) รวม 2 ใบ ฆ้องใหญ่ 1 ใบ บรรเลงเหมือนการแข่งขัน สิละ นับได้ว่า การแข่งขันเรือกอและ เป็นประเพณีซึ่งสร้างความสามัคคีระหว่างหมู่คณะ เป็นการเผยแพร่เอกลักษณ์ของท้องถิ่น ให้คนทั่วไปได้รู้เห็นชื่นชม ช่วยสืบทอดงานช่างท้องถิ่นไม่ให้สูญหายไป รวมทั้งก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านเศรษฐกิจากการท่องเที่ยวด้วย ลักษณะของเรือกอและเรือกอและ ปัจจุบันเป็นเรือกอและชนิดหัวยาว ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบดั้งเดิมไปบ้างนิยมติดท้ายด้วยเครื่องยนต์เรือหางยาวแทนใบเรือ เช่นที่ใช้ในอดีต แต่เรือกอและที่เข้าแข่งขัน จะต้องสร้างตามแบบประเพณีท้องถิ่น คือ 1. ต้องต่อเรือด้วยกระดานเป็นแผ่นๆ ไม่มีลักษณะเรือขุด 2. ต้องมีกระดูกงู 3. ต้องมีกง 4. หัวเรือจะสั้นหรือยาวก็ได้ แต่ต้องมีลักษณะของหัวเรือกอและ น อกจากนี้ เรือทุกลำที่เข้าแข่งขันต้องตกแต่งด้วยการเขียนสีเป็นลวดลายขนตัวเรือตามแบบประเพณีนิยม มักเป็นลายสัตว์จากวรรคดี หรือตำนานพื้นบ้าน เช่น นาค หนุมาน สิงห์ สมัยโบราณ ลำเรือมีความยาว วัดได้ 20-25 ศอก (1 ศอกเท่ากับ 1 ฟุต โดยประมาณ) นิยมสร้างจากไม้ตะเคียนและไม้ลำพู เรือกอและหัวปาด หรือเรือโยกอง ปัจจุบันสาบสูญหมดแล้ว เรือกอและลำแพกไม่มีสีสันลวดลายสันนิษฐานว่า เริ่มมีขึ้นมาจากชาวประมงในเขต “กำปงตะลูแบ” ปัจจุบัน คือ ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ด้วยเหตุที่การประมงทางชายฝั่งภาคใต้ซบเซาลง ประกอบกับไม้ซึ่งจะมาทำเรือหายากขึ้นทำให้จำนวนเรือกอและลดน้อยลงเรื่อยๆ ช่างผู้ชำนาญงานสร้าง งานประดิษฐ์ลวดลายก็ลดจำนวนลงด้วย แต่ยังคงอนุรักษ์แบบของศิลปะโบราณของชาวมุสลิมไว้ได้ ในรูปของงานหัตถกรรมพื้นบ้าน โดยการสร้างรูปเรือกอและจำลองเป็นหัตถกรรมพื้นบ้าน ซึ่งจำหน่ายเป็นของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยวทั่วไป / พิธี |







